-Fang-'s profileFangPhotosBlogLists Tools Help

Fang

There is no way to peace, peace is the way ;-)
Photo 1 of 25
April 28

Tattoo Colour


ไม่รู้วันก่อนผีเข้าหรืออะไร หลังจากตื่นเช้ามากกกกกกกก (11.30 ได้)
เพื่อออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เสร็จแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยเข้าห้าง
เข้าไปทำบ้าอะไรไม่รู้ เดินกันไร้สาระมากมาย เพราะไม่ได้มีธุระ

ผิดกับประชาชนอีกประมาณ 7 หมื่น คนที่เหลือ ที่หอบลูกจูงหลาน
มาตากแอร์ และมาซื้อหากับข้าวกับปลา เพื่อไม่ให้ตายอดตายอยาก
เพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากเทศกาลสงกรานต์หรือยังไงก็ไม่ทราบได้

ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับเรา... สุดท้ายก็กลับบ้านมือเปล่า เปิดคอมเล่นเน็ท
เพื่อที่จะพบว่าอัลบั้มใหม่ของ Tattoo Colour มันวางแผงแล้วว่ะ...

แล้วกรุจะออกไปเดินทำแป๊ะอะไรตั้งนาน น่าจะรู้ก่อน จะได้ถอยมาซะ - -'

ก็ไม่ว่ากัน เปิด Google ทันที... แล้วก็ทำการ Search...
ปรากฏว่าเจอด้วย... ก็เลยจัดการ โหลด โหลด และก็โหลด
เพื่อที่จะพบว่า อืม เพลงมันแปลกไปจากเดิม แปลกดี
แบบที่ต้องตั้งใจฟังนิดนึงถึงจะตามไปได้ ไม่เหมือนอัลบั้มแรก

ยิ่งไปกว่านั้น เราก็เปิดไปเปิดมา เจอว่าแทททูจะเปิดตัวอัลบั้มวันพุธที่ 24 นี้
ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ... ก็เลยเข้าทาง กะว่าถ้าไม่ติดอะไร
จะต้องไม่พลาดงานนี้แน่ๆ เห็นว่าแทททูจะทำบะหมี่ขาหมูให้กิน ให้สมกับที่
ได้ปล่อยเพลงฮิต ขาหมู ออกมาให้ฟังกันก่อนหน้านี้

วันจันทร์ นัดโบตอนเย็นที่ท่าพระจันทร์ ได้โอกาสเหมาะจึงแวะร้านน้อง ถามหาแทททู
ปรากฏว่าขายหมดไปแล้ว... สงสัยมาก ๆ เฮียเอามากี่แผ่นวะะะะะ และสุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ
จนจะกลับบ้าน ช่วยกันคิดหาเส้นทางกันกับไอ้โบ ว่าทำยังไงจึงจะไม่ถึงบ้านมันเร็วเกินไป
ก็เลยพากันไปแวะซื้อคีย์บอร์ดใหม่ที่ฟอร์จูนทาวน์ มันจะได้กลับมาพิมพ์ ป.ปลา กับ ผ.ผึ้ง
ได้เหมือนเดิมซักที... แล้วก็คิดแว๊บ ๆ ว่าเผื่อไงจะได้หาแทททูด้วย... ปรากฏว่าลืมมมมม
เลี้ยวรถออกจากฟอร์จูนปั๊บ เลี้ยวเข้าเอสพลานาดต่อเลย... กะว่าถ้ามีขายจะซื้อแจกเพื่อน
ซัก 10 แผ่น... ปรากฏว่ามันมีจริงๆ ก็เลยจะเอา 3 แผ่น เนื่องจากเจียมเนื้อเจียมตัวนิดนึง
ก็เลยหยิบมา ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยว่าจะซื้อ 3 แผ่น... ไงไม่รู้ เดินไปเดินมา เอาไปคืน
แผ่นนึง สอยไปแค่สองแผ่น หลัก ๆ คาดว่าน่าจะเป็นเหตุผลทางเศรษฐกิจ 555

ตัดกลับไปที่เรื่องงานเปิดตัวอัลบั้มวันพุธ ปัญหาก็คือ ไม่รู้จะไปกับใคร เพื่อนที่คณะก็ไป
ฝึกงานอยู่ตามบ้านนอกคอกนากันหมด เพื่อนมัธยมก็แล่นแต๊ไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ลองชวน
บางคนดู มันก็เล่นตัวเหลือเกิ๊นนน (ถุย!!) ก็สรุปรวมความว่าชวนไอ้โบเพื่อนตาย ทั้ง ๆ ที่
ตอนแรกไม่คิดจะชวนมัน เพราะมันพูดไม่ได้ (มันเพิ่งผ่าตัดมา) ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่
แต่กลัวว่าลากมันไปนู่นมานี่แล้วมันจะหิวตายเพราะไม่มีอะไรกิน แต่สุดท้ายก็ไปด้วยกัน

ดูรูปละกัน ไม่รู้จะเล่าอะไร รู้สึกมันยาวไปแล้ว กลัวพวกสันดาน เข้ามาแล้วอ่านไม่จบ
ยังจะเสือกมาเล่าให้กูฟังอีกว่าเข้ามาเพื่อจะอ่านไม่จบ... ฮึ

2008-04-23 Tattoo Colour 054
เจอพี่เจ Penguin Villa ท่าทางไม่มีใครสนใจ
เลยจับถ่ายรูป และขอลายเซ็น ^^'

2008-04-23 Tattoo Colour 313
พี่รัฐ (Ruzzy) ที่รอถ่ายรูป (ซ่อม) นานมากกกก
เพราะพี่แกให้สัมภาษณ์เสร็จเป็นคนสุดท้าย

2008-04-23 Tattoo Colour 314
คู่ดูโอ้ใหม่ของวงการ กรุเอง กะจั๊มพ์ มือเบสที่เล่นได้มันโคตรๆ
สะบัดหัวจนแทบจะหลุดออกมาจากบ่า มันจริงๆ

2008-04-23 Tattoo Colour 315
และขาดไม่ได้... ไอ้ดิม ซึ่งเชียร์แมนยู... มันเกี่ยวกันมั้ย!?

2008-04-23 Tattoo Colour 316
สุดท้าย ตง มือกลอง ทำหน้าแนวแม้กระทั้งตอนถ่ายรูป 555

จริง ๆ มีรูปอีกเยอะมากกกกกก แต่ไม่รู้จะเล่าว่าไงอะ เหอะๆ แค่นี้มันก็ยาวไปและล่ะมั้งเนอะ

ขอบคุณ โบ ที่ไปเป็นเพื่อน ไม่งั้นค่อนข้างแน่นอนว่าจะไม่ได้ไป
ขอบคุณ Smallroom ที่เลือกจัดงานที่นี่ กรุไปง่ายดีมากๆ เฮ่
ขอบคุณ Tattoo Colour ที่ทำเพลงดีๆ ออกมาให้ได้ฟังอีก จะรอฟัง ชุดที่15: จงซื้อ
ขอบคุณ ใครก็ตามที่อ่านจนจบ (ถ้าจะให้ดี ลงชื่อไว้ให้หน่อย เห็นมั้ยว่าสเปซมันร้างงงงง)
ขอบคุณ ทุกคนที่ซื้อแผ่นแท้ของแทททู

ใครไม่มีตังค์ซื้อบอกเฮีย เดี๋ยวเฮียซื้อแจกเลย 555

จบ.

April 23

Tattoo Colour - จำทำไม

 
แนะนำเพลงในอัลบั้มใหม่ของ Tattoo Colour: ชุดที่ 8 จงเพราะ
วางแผงแล้ววันนี้ ตามร้านขายซีดีชั้นต่ำทั่วไป Tongue out
 
Tattoo Colour - จำทำไม
 
แต่ทำไม ทำไมต้องจำ เมื่อเธอไม่คิดจริงใจ
ทำไมทำไม ความรักที่เธอนั้นลืม ต้องเก็บมาคิดฟูมฟาย
อะไรอะไรยังย้อนเข้ามา ทุกช่วงเวลานั้นยังไม่เคยจางหาย
วันที่ฉันมีเธอ ไม่ว่าเวลาจะนานเท่าไร ฉันลืมไม่ได้ จริงจริง
 
อยู่ตรงนี้ทุกครั้งที่นอนเดียวดาย แค่หลับตาก่อนนอนครั้งใด
ยังเห็นเธออยู่ เธอยังไม่ลบเลือนไป จากวันนั้น วันนี้ฉันไม่มีใคร
เก็บอาการซ่อนความเสียใจ ยังรักเธออยู่อีกนานมั้ย
 
รู้ฉันรู้ว่ารักเธอคงไม่ย้อนมา รู้ฉันรู้ต้องใช้เวลาเพื่อลืมเธอ เข้าใจ
 
แต่ทำไม ทำไมต้องจำ เมื่อเธอไม่คิดจริงใจ
ทำไมทำไม ความรักที่เธอนั้นลืม ต้องเก็บมาคิดฟูมฟาย
อะไรอะไรยังย้อนเข้ามา ทุกช่วงเวลานั้นยังไม่เคยจางหาย
วันที่ฉันมีเธอ ไม่ว่าเวลาจะนานเท่าไร ฉันลืมไม่ได้ จริงจริง
 
รู้ทั้งรู้ว่ารักเธอคงไม่ย้อนมา รู้ทั้งรู้ต้องใช้เวลาเพื่อลืมเธอ เข้าใจ
 
แต่ทำไม ทำไมต้องจำ เมื่อเธอไม่คิดจริงใจ
ทำไมทำไม ความรักที่เธอนั้นลืม ต้องเก็บมาคิดฟูมฟาย
อะไรอะไรยังย้อนเข้ามา ทุกช่วงเวลานั้นยังไม่เคยจางหาย
วันที่ฉันมีเธอ ไม่ว่าเวลาจะนานเท่าไร ฉันลืมไม่ได้ จริงจริง
 
คนที่รักจริงจัง จะรักเพียงเธอจนหมดหัวใจ ฉันลืมไม่ได้ จริงจริง.
February 23

คิดถึง / คิดว่า

 
คิดถึงบ้านเก่า... คิดถึงโรงเรียนอนุบาล... คิดถึงโรงเรียนมัธยม...
 
คิดถึงเพื่อนเก่า คิดถึงอาจารย์แก่ๆ แปลกๆ แตกต่างกันไปแต่ละคน
คิดถึงการใส่ชุดพละไปโรงเรียน ทั้งๆ ที่วันนั้นไม่มีคาบพละ
คิดถึงสนามบาส ที่มองเห็นจากบนตึก เพราะไม่ค่อยได้ลงไปมองเองในนั้น
คิดถึงภาพเพื่อนๆ ที่เล่นบาส ตอนเรามองจากบนแป้นบาส -_-"
คิดถึงการแขวนบัตรนักเรียน การถอดรองเท้าขึ้นตึก (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
คิดถึงนันยางเบอร์ 42 คิดถึงเข็มขัดโดม่อน กระเป๋าจาค็อบ (ที่ไม่ได้ใช้)
คิดถึงตึก 9 ชั้น คิดถึงกระเป๋าตังค์ที่เพื่อนโยนลงมาให้จากชั้น 9
คิดถึงกระเป๋าตังค์กับเงินพันหก ที่หายไป ตอน ม.2
คิดถึงก๋วยเตี๋ยวปู-หมูแดง คิดถึงการนั่งแท็กซี่คนละ 5 บาท (5 x 7 = 35)!!!
คิดถึงห้องปกครอง ที่เคยเข้าไปทำเนียนๆ แล้วก็เดินออก ไม่ได้ลงชื่อมาสาย
คิดถึงประตูลิฟต์อาจารย์ที่ไปแกล้งดันไว้แล้วมันไม่ยอมปิด -*-
คิดถึงการวิ่งหนีอาจารย์ ตอนที่ลิฟต์มันเปิดออก
คิดถึงวีรกรรมรถถัง
 
คิดถึง ปอ.19 ที่เคยนั่งกลับบ้าน หลังจากผ่านพ้นวันดีๆ ... และวันเฮ็งซวย
คิดถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2546 (....................................)
คิดถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545
 
คิดถึงหนังสือแฮรี่ พ็อตเตอร์ และมิตรภาพหลอกลวงที่ตายไปกับมันทั้งสามเล่ม
คิดถึงมิตรภาพดีๆ ที่มาเปลี่ยนไป และตายตามไอ้มิตรภาพหลอกลวงนั่นไป
คิดถึงหนังสือ Reader's Digest หน้าปกเสือโคร่ง
คิดถึงมิตรภาพดีๆ ที่จบลงด้วยเงิน ห้าสิบบาท
คิดถึงมิตรภาพดีๆ ที่จบลงด้วยเงิน สองแสนสองหมื่นบาท
คิดถึงมิตรภาพดีๆ ที่เริ่มต้นด้วย คำว่า ชอบ
คิดถึงมิตรภาพดีๆ ที่จบลงด้วย คำว่า รัก
คิดถึงมิตรภาพดีๆ ที่จบลงด้วยคำพูดทุเรศๆ ที่เราเองก็ไม่ได้ฟังเองหรอก
คิดถึงมิตรภาพเฮ็งซวยที่เห็นอยู่ตรงหน้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้... เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา
 
คิดถึงวงโยธวาทิต ที่เกือบเข้า
คิดถึง TU Chorus ที่เกือบเข้า
 
คิดถึงนิสสันซันนี่... คิดถึงนืสสันทีด้า...
 
คิดถึงวันเก่าๆ ที่ชีวิตไม่วุ่นวาย ไม่ได้แบกรับอะไรไว้เยอะขนาดนี้
คิดถึงวันที่มีเรื่องให้ต้องรับผิดชอบน้อยกว่านี้... ที่ยังทำเงินไม่ได้ 555
คิดถึงวันที่มีอดีตน้อยกว่านี้ มีเรื่องให้จมอยู่กับมันน้อยกว่านี้
คิดถึงวันที่เรื่องตรงหน้าดูเป็นเรื่องใหญ่มากๆ ไม่ใช่วันข้างหลัง หรือวันข้างหน้า
 
คิดว่าวันนึงจะมีวันสบายๆ ที่ไม่ต้องคิดอะไร อีกสักครั้ง
คิดว่าวันนึงจะหอบข้าวของหนีกรุงเทพฯ ย้ายที่นอน ย้ายที่คิดเรื่องวุ่นๆ
คิดว่าปลายเท้าจะได้สัมผัสกับหาดทราย ได้พับขากางเกงยีนเดิน (แล้วมันก็เปียกอยู่ดี)
คิดว่าจะได้ลงน้ำ ได้กระโดดลงจากสะพานปลา ได้นอนเต๊นท์ ได้ทำกับข้าว (ทำแต่น้ำจิ้ม -*- )
คิดว่าจะได้กินเหล้าริมทะเล ฟังเพลงริมทะเล มองฟ้า มองดาว แล้วมันจะมีอยู่แค่นั้น
คิดว่าวันนึงจะได้หันกลับมาแล้วพบว่า "เอ้อ มันมีที่ที่เรียกว่า กรุงเทพฯ อยู่นี่หว่า" อีกครั้ง
 
คิดว่าวันที่ว่านั้น มันคือวันไหน ของปฏิทินปีไหน... วะะะะะะ
 
คิดว่าคิดมากไป อยากมีใครมาช่วยกันคิดบ้าง
คิดว่าคนคนนั้น...
 
 
 
-จบ-
January 19

Narrative of My Life: When Love Ends


Aristotle once said, “Happiness depends upon ourselves.” Applying this from
a relationship’s point of view, that line is true either when one of the two lovers
is here, or is gone. When the times of health and sickness, rich and poor,
are no longer about two. When ‘forever’ has come and gone. How would
a life of one be? Will the happiness stay, or will it be gone, too?

Back in my life in a few years’ time, there was the time when I myself was
someone’s lover. It was the best time of my life, at that time I thought.
Everything seemed to be fine. Bad foods are delicious, eating together.
Traffic jams are not boring, sticking in it together. Bad hotels are still okay,
spending nights together. Being together most of the time, we were happy.
We always were.

But when ‘always’ got boring. Love was on its way down. Things got foggy.
I was, daily, had to deal with bad moods, illogical tempers and God knows
what else about silly things. Silly things that finally put love to an end.

The following morning, I tried to focus on my finals, with blurry eyes.

I turned all my cell phones off for days, disconnected from the world, hoping
that ‘someone’ would call to see how I was and finds out that I wasn’t, anymore,
reachable.

I tried to stick with my friends so I didn’t have to be alone. For the first time
in months of my life at Thammasat, I stayed for a lunch with my friends.
They were surprised. This friend of theirs never had much time to be with them
because he usually rushed himself out after classes to nobody knows where.

Started from that lunch, I made more friends. And later, some of them had
become another best ones.

Family-wise, I, for the first time of the year, had a chance of being again
a mother’s boy. When it seems that there is no place I can be, there is
always a place. I routinely pick up my mom after every day’s classes. Since
there are not so many of them in a day, I get to her office early. So early
that I get to help out about many things: computer works, paper works,
and so on.

After years of doing so, the office was one man short from a re-organization.
I was asked to step in as one of its part-time worker and got paid a satisfiable
salary, too.

What’s more, I got my self off the roads. The roads I was on every day getting
to my ‘destination.’ The roads I used to drive aggressively on to get to be with
someone in time. The roads to and the roads back from tiring fights that I had
accidents!

I spend more time at home, in front of my TV watching series from the U.S.
the way I have always liked, which I didn’t have time to watch them before.
Apart from that I go online reading many articles that meet my interest. I even
get to pick up a set of my Japanese songs that I used to listen to when I was
a high school student, reviewing the lyrics, looking up the meaning of each songs.
For that, both my English and Japanese skills are simply improved.

Yet, days go by, I still was thinking about how such a strong relationship
went wrong. Months go by, I spent times trying to figure out which specific
behavior, event, or words that made the good feelings go away.

…Years go by. There is no clear answer to that.

Were we both feel bad? That is yet to find out. What I knew for sure was,
I did feel bad.

After years of thinking about it, I collected most of the pieces of that puzzle
of a broken hearted man and had come to realized that there was no reasons
to all that. Those were just excuses to start the fights. When either of the two
finds that love gets old, one try to get off of it. As soon as one gathers enough
reasons, one calls it off, one calls love off. Irrationally, it is that simple.

It’s been two years, two long years, since the story of a love in my life
had ended. I got stronger. I also think that can deal with such things better.
The most important part is, I am happy. As a friend, as a son, as someone’s
ex-lover, I am happy. By myself, I can be happy. Knowing that there is
uncertainty in the certainty, I realized that even though I ever did find a new
‘love of my life,’ again, it would either be here to stay, or just to be another
chapter of this novel-like life. I also know that if and only if love does happen
again, I would easily forget about all this and let myself enjoy the love again,
enjoy the tears again, and enjoy the quests of hunting answers about
why loves end again.

Being happy from the inside is all it takes.

 

May 24

รักคือ...

 
รักคือ ใครสักคน ที่เรานึกถึงเป็นคนแรก ตอนที่เราตื่นขึ้นมา
รักคือ ใครสักคน ที่อยู่ดีๆ ก็แวบเข้ามาอยู่ในมโนทัศน์ แล้วทำให้เราอมยิ้มได้
รักคือ ใครสักคน ที่เรานึกถึง หลังจากที่ต้องเจออะไรแย่ๆ
รักคือ ใครสักคน ที่เราอยากรู้ ว่าเขามีใครรึยัง - -"
รักคือ ใครสักคน ที่เราสงสัย ว่าเขาจะชอบเรามั้ยวะ
รักคือ ใครสักคน ที่ถ้าเขาชอบเราเหมือนกัน แล้วมันจะเป็นยังไงเนี่ย ^^'
รักคือ ใครสักคน ที่พร้อมจะมาทำความรู้จักกับเรา ดูว่าจะเป็นยังไงต่อไป
รักคือ ใครสักคน ที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันถึงค่ำมืด ดูหนังรอบห้าทุ่มครึ่ง วันธรรมดา - -"
รักคือ ใครสักคน ที่มองเราในแบบที่เราเห็นตัวเอง แล้วพอใจในสิ่งที่เห็น
รักคือ ใครสักคน ที่เห็นสิ่งที่เขาชอบในตัวเรา สิ่งที่จะทำให้เขาและเรามีความสุขกับเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยกันได้
รักคือ ใครสักคน ที่คุยกันรู้เรื่อง! ฉลาด! คิดทัน! ตบได้ทุกมุข!
รักคือ ใครสักคน ที่ดูหนัง soundtrack ได้ เข้าใจมุขตลก ไม่ใช่งงกะ sub-title ที่แปลห่วยๆ - -"
รักคือ ใครสักคน ที่พูดภาษาอังกฤษด้วยแล้วเข้าใจ โต้ตอบได้ (bilingual love -*- )
รักคือ ใครสักคน ที่อยากชวนขับรถไปด้วยกันไกลๆ แค่จะไปกินข้าว (ถ้าจะให้ดี ว่างๆ ขอนั่งเฉยๆ บ้าง)
รักคือ ใครสักคน ที่อยู่ดีๆ ก็คว้าข้าวของไป ตจว. กัน แล้วค่อยคิดว่าจะไปนอนที่ไหน
รักคือ ใครสักคน ที่ตกลงอยู่ต่ออีกคืน เพราะขี้เกียจลงไปเคลียร์ค่าโรงแรมที่เคานท์เตอร์ก่อนเที่ยงวัน
รักคือ ใครสักคน ที่กลับ กทม. มาด้วยกันอย่างสบายใจ และรู้สึกว่าการย้ายที่นอนครั้งนี้ คุ้มค่า ^^'
รักคือ ใครสักคน ที่เราสงสัยว่าทำไมมันไม่ตอบเมสเสจ ส่งไปถูกเบอร์ป่าววะ แบบว่าไปแอบจำเบอร์มาน่ะ -*-
รักคือ ใครสักคน ที่เราสงสัยว่ามันเป็นคนยังไงกันแน่ กินเหล้าเนี่ยชัวร์ แต่มันสูบบุหรี่มั้ย (สอนมั่งดิ -*- )
รักคือ ใครสักคน ที่เราอยากชวนไปกินข้าวด้วยบ่อยๆ แล้วพอเราเมาก็ให้มันขับกลับ 5555555
รักคือ ใครสักคน ที่ขับรถดี มีมารยาท ไม่ขับช้าชิดขวา และคอยระวังรถคันอื่นด้วย
รักคือ ใครสักคน ที่บ้านมันมีที่ให้นอน มีที่จอดรถปลอดภัยสำหรับรถกูด้วยอีกคันนึง
รักคือ ใครสักคน ที่บ้านมันมีทีวีให้ดู มีทรูวิชั่นส์ (ห่วงดูหนังซะงั้น)
รักคือ ใครสักคน ที่มันชอบดูทรู ซีรียส์ แล้วตะลึงมุขมัน เวลามันตบมุขกันแบบอเมซิ่ง
รักคือ ใครสักคน ที่ขนลุก เวลาละครต่างประเทศเขียนบทได้จุกสุดๆ
รักคือ ใครสักคน ที่ตัวไม่สูงมาก -*-
รักคือ ใครสักคน ที่ชอบทำมายิ้มให้ ทั้งๆ ที่รู้มั้ย ว่ากูโมโหมึงอยู่ ชิ -*-
รักคือ ใครสักคน ที่มันไม่รู้หรอก ว่าเราโกรธมันนะ ที่มันทำอย่างงี้ T-T
รักคือ ใครสักคน ที่ถ้ามันรู้ มันจะต้องตกใจ แล้วรีบมาขอโทษ
รักคือ ใครสักคน ที่เราจะเข้าใจ ที่เออ มันจะทำแบบนั้นอีกได้ แต่ต้องบอกกันก่อนโว้ยยยย
รักคือ ใครสักคน ที่ละเอียดรอบคอบ แม้เรื่องที่หลายคนไม่ค่อยจะใส่ใจ
รักคือ ใครสักคน ที่กินเป๊ปซี่เพราะเบื่อโค้ก และกินโค้กเพราะโค้กเป็นสปอนเซอร์ Love-is
รักคือ ใครสักคน ที่ฟังเพลงเหมือนๆ กัน ที่ฟังเพลงแปลกๆ พวก Michael Buble' แล้วร้องตามได้ด้วย ^^'
รักคือ ใครสักคน ที่ร้องเพลงเสียงไม่หลงนะ -*-
รักคือ ใครสักคน ที่ไม่กดเพลงก๊อบมั้ย เวลาไปคาราโอเกะ
รักคือ ใครสักคน ที่กินเนื้อ ^^'
รักคือ ใครสักคน ที่กินเดอะพิซซ่าคอมพะนี แล้วไม่กินฮัท โดยไม่ค่อยจะมีเหตุผล
รักคือ ใครสักคน ที่เบื่อฟูจิ เพราะเดี๋ยวนี้แม่งห่วย
รักคือ ใครสักคน ที่ชอบกินผักแปลกๆ ผักหวาน ดอกโสน ดอกกระเจี๊ยว เอ้ย กระเจียว
รักคือ ใครสักคน ที่ชอบกินอะไรง่ายๆ ง่ายแบบง่ายโคตร น่าใจหาย แบบนี่หรือคืออาหาร!!?
รักคือ ใครสักคน ที่ไม่งก แต่ไม่สุรุ่ยสุร่าย
รักคือ ใครสักคน ที่ไม่ได้เชียร์แมนยู -*-
รักคือ ใครสักคน ที่แบบว่า คุณคับไปทะเลกันเหอะมั้ย ช่วงหยุดกีฬามหาวิทยาลัยโลกนี้อะ ไปนะๆๆๆ -*-
รักคือ ใครสักคน ที่มึงเองก็คงงงใช่มั้ยว่าแล้วเค้าจะไปกะมึงมั้ยเพราะเค้าไม่รู้ตัวว่าเป็นเค้าน่ะ -*-
รักคือ ใครสักคน ที่เป็นคนดี ที่คุณแม่ปลื้ม วิ้ววววววววววววว~
รักคือ ใครสักคน ที่ !~@#$%^&*(+_+)*&^%$#@! หุๆ ไม่บอก ^^'
รักคือ ใครสักคน ที่ นึกไม่ออกแล้วว่ะเฮ้ย...
รักคือ ใครสักคน ที่ขับรถสีทอง ที่เลขทะเบียนเอา x, x^2 และ x^3 ตัดได้...
รักคือ ใครสักคน ที่ x คือจำนวนเต็มบวกต่ำสุดที่หารเลขประจำตัวมันลงตัว เอ๊ะยังไง 5555
รักคือ ใครสักคน ที่ตอนนี้ยังไม่มีมันอยู่ข้างๆ แต่ก็ยังแอบคิด ว่าวันนึงมันจะมาอยู่ข้างๆ เรามั้ย ^^'
รักคือ ใครสักคน ที่เงื่อนไขข้างบนจะยืดหยุ่นได้เสมอ ;-)
รักคือ ใครสักคน ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่มัน เราก็จะ(หน้าด้าน)รอคนอื่นต่อไป
 
รักคือ ดวงจันทร์??
รักคือ ตะวัน??
รักคือ ฝันไป?? โอ้ว ไม่นะ - -"
 

Warut Paripunna

Occupation
Location
Settling for less than perfect is unrealistic.

Windows Media Player